เมื่อแม่ผมผลิตอาวุธชีวภาพ!!
posted on 27 Dec 2011 17:10 by smannoi14เมื่อวานนี้ครับ เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญสั่นประสาททั้งคนทั้งแมวที่อยู่ในบ้าน
เมื่อคุณนายสมัน อุ่นอาหารแล้วลืม ลืม ลืม ลืมเอาออก T_T
สืบเนื่องมาจาก บ้านเราเพิ่งนำเข้าเทคโนโลยีในการทำอาหารใหม่ล่าสุดมาไม่นานนี้
นั่นคือ "เตาอบไมโครเวฟ"!!!
เพื่อน ๆ คงจะข้องใจว่า มันใหม่ตรงไหน ?
อ่ะ ก็บ้านผมเพิ่งจะมีนี่นา เมื่อก่อนจะอุ่นกับข้าวทีก็ต้องเปิดแก๊ส จุดไม้ขีดไปจ่อตรงหัวเตา
เป็นที่น่าสะพรึ่งกลัวเป็นยิ่งนัก กลัวว่ามันจะพรึ่บขึ้นมาแล้วมือเรา แขนเรา หัวเรา ก็ไหม้ดำเป็นตอตะโก T_T
ด้วยความที่เป็นคนหมั่นศึกษาหาความรู้ และชอบไปหาความรู้ในห้อง "หว้ากอ" หรืออีกชื่อนึง "หว้ากาม"
ห้องที่สามารถพาลูกทัวร์ ออกทะเลได้ตั้งแต่ความคิดเห็นแรก นับเป็นห้องที่น่าศึกษาเป็นยิ่งนัก
นั่นแหล่ะครับ ผมเข้าไปอ่านห้องนั้นอยู่เป็นประจำ ทำให้เกิดความสงกะสัยเป็นยิ่งนัก
ว่า ทำไม มดที่เดินอยู่ในเตาไมโครเวฟ มันถึงไม่ตาย!!!
นั่นน่ะสิ ทำไมมันถึงไม่ตาย
อย่ากระนั้นเลย ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผมจึงลงทุนจัดเตาไมโครเวฟมาไว้ที่บ้าน 1 ชุด!!!
ทุ่มทุนสร้างกันเลยทีเดียว มาถึงก็ได้รับการต้อนรับอย่างออกหน้าออกตา ด้วยการเอาไปตั้งไว้แทนทีวี T_T
ต้องอธิบายกันอยู่ตั้งนานว่า นี่มันเอาไว้ใช้อุ่นกับข้าว ไม่ได้เอาไว้เปิดดูละครแต่อย่างใด
มาวันแรก ๆ ไม่มีใครกล้าใช้ เพราะกลัวมันระเบิด!!
อย่าว่าแต่แม่เลย ผมเองยังกลัว แค่เสียบปลั๊กแล้วมีประกายไฟตรงปลั๊ก แว๊บ ๆ
ก็รีบดึงปลั๊กออกกันแทบไม่ทัน
แต่ไหน ๆ ก็ซื้อมาแล้ว จะไม่ใช้มันก็กระไรอยู่
หลังจากลองผิดลองถูก ทำไข่เจียวไหม้ ทำหมูบะช่อแห้งเป็นหมูแดดเดียว
ทำแกงเผ็ดเป็ดย่างที่แม่ซื้อมา เดือดจนกระเด็นเต็มเตาไปหมด
ผมกับแม่ก็เริ่มคุ้นเคยกับมัน และ เริ่มมองเห็นประโยชน์ของมันในที่สุด
และที่สำคัญ ผมลองเอามดใส่เข้าไปในเตาไมโครเวฟด้วย ไม่น่าเชื่อว่ามันไม่ตายจริง ๆ
ด้วยความสงสัยว่าทำไมมันไม่ตาย คราวนี้ ผมจึงเอามดใส่ไว้ในข้าวสวย แล้วเอาเข้าเตาไปอุ่นอีกครั้ง
ดูซิว่ามันจะตายไหม
ปรากฎว่า
"จะเหลือเร๊อะ!!!!"
มันไม่ได้ตายเพราะโดนคลื่นไมโครเวฟ แต่มันตายเพราะว่า ข้าวมันร้อน T_T (บาปกรรมจริง ๆ กุ)
เอาล่ะครับ เข้าเรื่อง!!!
(ห๊ะ เพิ่งจะเข้าเรื่อง เพื่อน ๆ คงอยากจะด่าผมใช่ไหมครับ เชิญครับ เชิญตามสบาย ด่าได้เลย T_T)
ก็นั่นแหล่ะครับ เหตุการณ์ก็เข้าสู่ภาวะปกติ เมื่อใช่กันเป็นแล้ว
แต่ก็อย่างว่า คุณนาย แม่ผมแกก็ไม่ใช่วัยสะรุ่นแล้ว อายุอานามปาเข้าไปจะ 60
ถึงแม้จะชิน แต่ความไม่เข้าใจก็ัยังมีอยู่
เหตุการณ์ฆาตรกรรมหมู่จึงเกิดขึ้น เมื่อ คุณนายต้องการจะอุ่นกับข้าว
และกับข้าวที่ว่านี่มันเป็นอะไรที่จนถึงตอนนี้ผมก็ยังงงอยู่ ว่าแกจะอุ่นมันทำไม
"น้ำพริกเผาครับ"
ครับ อ่านไม่ผิดหรอก แม่ผมอุ่นน้ำพริกเผา!!!
ระหว่างที่ผมนั่งทำงานหน้าดำคร่ำเครียดอยู่บนบ้าน ระหว่างนั้นก็ได้กลิ่นไหม้!!
ตอนแรกก็ยังไม่เอ่ะใจ นึกว่า กลิ่นแม่ทำกับข้าว แล้วมันไหม้ แต่ยิ่งอยู่ไป ๆ
กลิ่นเริ่มแรงขึ้น ๆ วินาทีนั้น ภาพไฟไหม้ที่ ซานติก้าผับ และ อาคารเสือป่าก็ผุดขึ้นมาในสมองทันที
ภาพที่เห็นถัดไปก็คือ คนตัวโย่ง ๆ 1 คน แมวอ้วน ๆ 2 ตัว โดนไฟคลอกตายอนารถ T_T
มีแม่รอดอยู่คนเดียว
"คุณนายสมันให้การว่า ดิฉันอุ่นน้ำพริกเผาค่ะ แล้วมันไหม้ โธ่ลูก ไม่น่าเลย"
เอ่อ ไปไหนแล้วฟระเนี่ย .........
ครับ กลิ่นมันเริ่มแรงขึ้น ๆ จนผมต้องตาลีตาเหลือกเปิดประตูห้องวิ่งลงไปดู
ปรากฎว่า ก้าวลงบันไดไปไม่ถึงครึ่งก็ต้องชะงัก เพราะกลิ่นไหม้รุนแรงมาก
แสบจมูก แสบตา หายใจไม่ออก
อารมณ์นั้น เข้าใจเลยว่า คนที่โดนแก๊สน้ำตา + สเปรย์พริกไทยมันเป็นยังไง
แต่ด้วยความเป็นห่วงแม่ ผมจึงกลั้นใจ วิ่งลงไปข้างล่าง
เห็นแม่กำลังหนีตายเข้าไปในห้องน้ำ
ผมตะโกนเรียก
"แม่ ทำอะไรน่ะ"
แม่หันมายิ้ม และ ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ ประมาณเหมือนเด็กทำแจกันแตกแล้วไม่รู้จะแก้ตัวยังไง
แม่ตอบกลับมาว่า
"อุ่นกับข้าว"
"ห๊ะ อุ่นกับข้าว แล้วทำไมมันเป็นอย่างนี้ล่ะ ฮัดชิ้ววววววววว ฮัดชิ้ววววววว"
"แม่ลืมเอาออก"
"ลืมเอาออก แม่อุ่นอะไร ฮัดชิ้วววววววว"
"อุ่นน้ำพริกเผา"
"น้ำพริกเผา ฮัดชิ้ววววววววววววว"
เมื่อสอบถามได้เท่านั้น ผมไม่ไหวแล้วครับ ฮัดชิ้วไม่หยุด แสบตา แสบคอ แสบจมูกเป็นที่สุด
ผมวิ่งหนีตายขึ้นมาที่ห้องอีกครั้ง และคราวนี้ มีแมวสองตัววิ่งหนีตายตามขึ้นมาด้วย
เคยเห็นแมวจามไหม??
ชิ่วววววว ชิ่วววววววว ชิ่ววววววววว
แมว 2 ตัว จามไปเอามือปัดจมูกไป จามไป ปัดจมูกไป ท่าทางน่าตลก
อีคะน้าวิ่งไปหลบจามอยู่ในตู้เสื้อผ้า ส่วนอีผักกาดโง่หน่อย ที่ดันวิ่งเข้าห้องน้ำ
เพราะห้องน้ำไม่มีที่ระบายลม มันเข้าไปในนั้นก็เท่ากับฆ่าตัวตายชัด ๆ !!!
ผมต้องไปอุ้มมันออกมาโยนใส่ไว้ในห้อง ถ้าตายก็ตายด้วยกันโว้ย...
ผมทำท่าจะกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง แต่เดชะบุญ วิญญาณลูกอกตัญญูเข้าสิง
ผมนึกถึงแม่ คิดดู ผมเองยังหนุ่มยังแน่น (แหม กล้าพูดดดดด) ยังแทบจะตาย
แล้วแม่ผมล่ะ แก่ออกปานนั้น แกจะทนไหวได้ยังไง
ว่าแล้ว ผมก็วิ่งจู๊ด เอาผ้าชุบน้ำอุดจมูกลงไปข้างล่างอีกครั้ง
เรียก "แม่ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ"
ด้วยความเป็นห่วง ปรากฎว่า แม่ผมเดินออกมาจากห้องครัวหน้าตาเฉย!!!
ไม่จาม ไม่แสบตา ไม่อะไรเลยยยยยยยย
แต่ตอนนั้นผมไม่ทันได้คิดอะไร ได้แต่ไปลากคุณนายออกมาจากห้องครัว
แล้วไล่ไปนั่งอยู่หน้าบ้าน บอกว่า อย่าเพิ่งเข้ามา จนกว่ากลิ่นมันจะหมด!!
คุณนายก็ได้แต่ยิ้มแหย ๆ บอกว่า "แม่ลืมมมมมม"
ป๊าดดดดดดดดดดดดด
ส่วนผมก็เดินเข้ามาเปิดพัดลม เป่าไล่ควันออกไปนอกบ้าน แล้วก็วิ่งขึ้นมาอยู่บนห้อง
ถึงแม้กระนั้น ในห้องผมก็ตลบอบอวนไปด้วยกลิ่นแก๊สพิษ ที่คุณนายสร้างขึ้น
แต่ก็ยังเบาบางกว่าด้านล่างแหล่ะน่า T_T
นั่งทำงานไป พร้อมกับ แมวอ้วน 2 ตัว ที่ตอนนี้ อาการจามทุเลาลงแล้ว
ในขณะที่ผมเริ่มจะจามมากขึ้น แสบตาสุด ๆ แสบจมูกสุดยอด
จนต้องไปเอาผ้าชุบน้ำมาอุดจมูกอีกครั้ง อาการถึงได้สงบลง
แต่กลิ่นก็ยังคงอบอวลอยู่
ความเป๋อเล๋อถัดมาก็คือ ผมเกิดอาการระคายเคืองตา ก็ต้องขยี้มันใช่มะ
ก็เลยซัดซะ ตาแทบแตก ปรากฎว่าแสบตาหนักกว่าเดิมอีก
เพราะตอนนี้ละอองความแสบมันกระจายอยู่ทุกทั่วอณูของบ้านแล้ว
น้ำตาไหลพราก ได้แต่คิดด่าตัวเองว่า "ทำไมกุโง่อย่างนี้"
1 ชั่วโมงผ่านไป เหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ผมเดินลงไปดูคุณนายอีกครั้ง
เห็นคุณนาย ยืนดูถ้วยน้ำพริกเผาของแก ที่ตอนนี้สภาพเหมือนน้ำพริกนรกมากกว่า
ดูด้วยความเสียดาย และ ทำท่าจะเอาชุดใหม่ใส่เข้าไปอีกแล้ว T_T
"จะทำอะไรน่ะ"
"จะอุ่นมัน"
"ไม่ต้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ได้โปรด ไม่ต้องอุ่นก็ได้ น้ำพริกบ้านไหนเค้าอุ่นกันละแม่...."
"เมื่อกี๊แม่ลืม ตั้งเวลาไว้ 5 นาที"
"ห๊ะ 5 นาที ไฟแรงสุด นี่มันต้มไก่ได้ทั้งตัวเลยนะแม่ พอ ๆ ๆ พอเลย ไม่ต้องอุ่นเลยนะ"
กว่าจะห้ามคุณนายได้ก็แทบแย่
เดินขึ้นบ้านมาคิด ๆ ดูแล้ว คุณนายไม่เป็นอะไรเลย ร่างกายแข็งแรงสุด ๆ
ในขณะที่เรา แทบจะเอาตัวไม่รอด เอ๊ะ หรือว่า แม่วางแผนจะฆาตรกรรมเราฟระ!!
นั่นแหล่ะครับ เหตุการณ์ระทึกขวัญของผม ที่สร้างโดยแม่ผม!!
ใครไม่เชื่อ ก็ลองเอาน้ำพริกเผาที่ตำเอง
(อย่าไปซื้อของแม่ประนอมมานะ อันนั้นไม่เรียกน้ำพริกเผา แต่เรียก น้ำตาเคี่ยวมากกว่า)
ยัดใส่เข้าไปในเตาอบไมโครเวฟ ตั้งเวลา 5 นาที ไฟแรงสุด
ลองดูครับ แล้วคุณจะรู้ว่า แก๊สน้ำตา จริง ๆ แล้วไม่ต้องซื้อ แค่เอาน้ำพริกเผายัดใส่เตาอบไมโครเวฟ เท่านั้นเอง!!
สมันน้อย เบอร์ 14